เมื่อฉันได้เรียนรู้งานคุณภาพ ตอนที่ 9.1 20 ปี การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีของประเทศไทย
เมื่อฉันได้เรียนรู้งานคุณภาพ ตอนที่ 9.1
20 ปี การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีของประเทศไทย
สวัสดีวันพระใหญ่ วิสาขบูชา
เป็นช่วงเวลาหยุดยาว 4 วัน หลาย ๆ
ท่านออกท่องเที่ยว พักผ่อนกับครอบครัว ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน อากาศไม่ร้อนเลย
วันนี้จะเริ่มนำบทความงานเสวนา 20 ปี
การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีมาให้อ่านกัน เป็นงานที่จัดขึ้น และเราได้ถอดเทปการเสวนาไว้
ไม่ได้เอาไปเผยแพร่ที่ไหน เลยนำมาบอกเล่าผ่าน Blog ของเราเอง
อยากให้รุ่นน้อง ๆ ที่ทำงานคุณภาพเอชไอวีรู้ว่ากว่าจะมีวันนี้ ครูบาอาจารย์
ท่านสู้กันมาอย่างยาวนาน ความกตัญญูรู้คุณเป็นเครื่องหมายของคนดี ถ้าไม่มีครูอาจารย์ยุคก่อน
ๆ ประเทศไทยคงยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างวันนี้แน่ งานนี้จัดขึ้นช่วงมิถุนายน
2567 เราได้คุยกับทีมว่าจะจัดงานรวมผลงานเด่นของแต่ละโรงพยาบาลที่ร่วมมือกับกรมควบคุมโรคในการพัฒนางานคลินิกเอชไอวีขึ้นมา
(ผลงานของแต่ละโรงพยาบาลน่าสนใจมาก ทั้งผลงานระดับ site
levels ที่พัฒนาระบบบริการเฉพาะจุด และโรงพยาบาลที่พัฒนาสู่ DSC
HIV/STIs ซึ่งเราไม่ได้นำมาเสนอใน Blog นี้เนื่องจากเป็นข้อมูลเฉพาะของแต่ละโรงพยาบาล
ถ้าทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลไหนสนใจสามารถติดต่อดูงานได้ที่โรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินคุณภาพได้เลยค่ะ)
“
พี่นิด หมออยากเชิญ
อาจารย์ที่เริ่มบุกเบิกงานเอชไอวี และงานคุณภาพ มาเล่าประสบการณ์การทำงานให้น้อง ๆ
รุ่นใหม่ฟัง” พี่นิด กัญหา Co Ordinator US CDC “หมองั้นต้องเชิญ อ.เอกมา เพราะ รุ่น อ.เอก เริ่มทำแรก ๆ เลย
สมัยก่อนนิดไปทำที่โรงพยาบาลขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษนู้นนนนน พี่ ๆ
เค้าก็ล้มหายตายจากกันไปบ้างแล้ว” “หมออยากเชิญ อาจารย์รุ่นเก่า ๆ มาแบบสหวิชาชีพ”
“งั้นหมอลองโทรปรึกษา อ.เอก ก่อนไหม ตอนนี้อาจารย์เอกเป็น รอง สรพ. อยู่ เดี๋ยวนิดต่อสายให้”
ตู้ดดดดดดดดดด สวัสดีค่ะ อาจารย์เอกจิตรา
หนูหมอสุพรรษาจาก กองโรคเอดส์นะคะ ที่พี่กบ พาไปแนะนำวันนั้น
จะเรียนเชิญอาจารย์มางานคุณภาพเอชไอวีของกรมควบคุมโรคค่ะ
“โอ้ นานมากแล้วนะเนี้ย ถ้าจะให้พี่ไป น้องต้องไปเชิญทีมรุ่นก่อน ๆ มาด้วยนะ เราร่วมมือกันทำงาน หลายท่านเลย ทั้ง อ. สมบัติ อ. สมศักดิ์ หมอปิง หมอสุเมธ อ. ทวีทรัพย์ ไม่รู้ว่าแต่ละคนเกษียณไปหรือยัง พยาบาลน้องให้ HIV Co จาก รพ. มาพูด ส่วนนักวิชาการ ก็จะเป็นพี่กบ อ.อร่าม อ.รวิวรรณ น้องลองติดต่อดูนะ ยังนึกถึงกันนะเนี้ย มันนานมากแล้ว”
เราได้รับเกียรติจาก วิทยากรทั้ง 4 ท่านมาพูดคุย เล่าประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาให้รุ่นน้อง
ๆ ฟัง ตลอดช่วงเวลาของการเสวนา 1 ชั่วโมง เราสัมผัสถึง
ความเป็นกันเอง ความคิดถึงกันของเหล่าอาจารย์ที่ร่วมทำงานในช่วงยุคแรก ๆ
ของการระบาด ต่อไปเราทยอยจะลงบทความที่ได้ถอดเทปมาให้ทุกท่านอ่านกันนะคะ สักประมาณ
3 ตอน
งานเสวนา “2 ทศวรรษ แห่งการพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีในประเทศไทย”
วันที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมโอ๊ควูด
ศรีราชา
วิทยากร
แพทย์หญิงเอกจิตรา
สุขกุล รองผู้อำนวยการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
นายแพทย์สุเมธ
องค์วรรณดี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก
อาจารย์วนิดา
ว่องทรง พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกลาง
สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
อาจารย์ชลลดา
นันทวิสัย นักวิชาการ ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ
ด้านสาธารณสุข
ผู้ดำเนินรายการ แพทย์หญิงสุพรรษา ศักดิ์ระพี กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แพทย์หญิงเอกจิตรา สุขกุล
รับหน้าที่เป็นวิทยากรในช่วงแรกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกล่าวถึงความเป็นมาของการดำเนินงานด้านเอชไอวี
ตั้งแต่เริ่มจาก HIV QUAL-T จนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่
PDSC-HIV/STIs (Program/Disease Specific Certification) รวมถึงปัจจัยการขับเคลื่อนและแนวคิดที่สำคัญในการยกระดับการพัฒนาคุณภาพ
ในทศวรรษแรกการทำงานด้านเอชไอวีและเอดส์
ยังใช้คำว่า Zero-AIDS หรือ Zero-HIV
คือการควบคุมการเกิดผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้น้อยกว่า 1,000 ราย
โดยใช้นโยบาย เช่น 3 ต (ลดติด ลดตาย ลดตีตรา) 90-90-90 จนมาเป็น 95-95-95
ย้อนกลับไปยังช่วงที่มีคนไข้เอชไอวีจำนวนมาก ซึ่งยังไม่มียาต้าน และ ต่อมาเริ่มมียา
Zidovudine (AZT) เข้ามาในประเทศไทย แต่ยังไม่มีงานวิจัยในประเทศรองรับ
เป็นยุคที่เรียกได้ว่า “เมรุไม่พอเผา” การรักษาในช่วงเวลานั้นคือการรักษาตามอาการ
ยังไม่มีวิธีการวัดคุณภาพการดูแลรักษาหรือเกณฑ์เปรียบเทียบ (Benchmark) ของการดูแลรักษา
จึงเป็นยุคแรกของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพที่จะต้องริเริ่มมีการวัดและเทียบเคียงคุณภาพการดูแลรักษา
ในยุคต่อมาได้พัฒนาการประเมินด้วยเกณฑ์ต่าง ๆ ทำให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นของการดำเนินงานด้านเอชไอวีในประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข
และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ได้หาหนทางแก้ไขปัญหาเพื่อปิดช่องว่างการทำงานให้เกิดการพัฒนามากขึ้น
และในปัจจุบันโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีการประเมินผลการดำเนินงาน และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ระบบงานมีความยั่งยืน
เป็นวัฒนธรรม ให้เกิดเป็นเครือข่ายที่ร่วมมือกัน ในการยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย
ความเป็นมาของการพัฒนาคุณภาพจาก HIV-QUAL T สู่
DSC บทบาทของผู้นำและความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
ในปีพุทธศักราช
2545 - 2546 โรงพยาบาลที่ดำเนินงานเอชไอวีเกิดความตระหนักถึงคุณภาพการดูแลรักษาและได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องงานคุณภาพเอชไอวีในโรงพยาบาล
3 จังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา HIVQUAL-T ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ในปี 2547 ทั้ง HIVQUAL
T ผู้ใหญ่ และ HIVQUAL T เด็ก โดยเริ่มทดลองใช้ใน
5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ เชียงราย
เชียงใหม่ พะเยา อุบลราชธานี และภูเก็ต จากนั้นมีการขยายใช้เครื่องมือ HIVQUAL-T
จำนวน 700 กว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย
เป็นช่วงที่กรมควบคุมโรคและศูนย์ความร่วมมือ ไทย-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข
ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 เขต และกรุงเทพมหานคร มีการจัดประชุมติดตามงานอย่างสม่ำเสมอ
โดยเครื่องมือ HIVQUAL-T เป็นการสุ่มตัวอย่างและบันทึกข้อมูลเข้าในระบบเพื่อติดตามคุณภาพการดูแลรักษาว่าเป็นอย่างไร
ในช่วงเวลานั้นนำทีมโดย นายแพทย์สมบัติ แทนประเสริฐสุข นายแพทย์ Bruce D. Agins นายแพทย์สมศักดิ์
ศุภวิทย์กุล สามารถเก็บข้อมูลคุณภาพการดำเนินงานด้านเอชไอวีในประเทศไทย
ตีพิมพ์และเผยแพร่เครื่องมือ HIVQUAL-T ในระดับนานาชาติได้
และได้รับยกย่องผลงานที่เป็นเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) บุคลากรทางการแพทย์หลายท่านในประเทศไทยได้ตีพิมพ์งานเขียนเกี่ยวกับ
HIVQUAL-T กันอย่างแพร่หลาย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางทีมนำร่อง
HIVQUAL-T ไม่ได้เก็บข้อมูล HIVQUAL-T ในแง่มุมของการถูกนำไปต่อยอดอย่างไรบ้าง
ในปี 2550 มีการขยายการดำเนินงานคุณภาพเอชไอวีทั่วประเทศไทย โดยเริ่มจัดงาน National
HIVQUAL Forum เป็นครั้งแรก เพราะการดำเนินการด้วยเครื่องมือ HIVQUAL-T ให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ได้มีเพียงการวัดคุณภาพการดูแลรักษาเอชไอวีและการฝึกอบรมในโรงพยาบาลเท่านั้น
แต่รวมถึงการให้กำลังใจทีมผู้ปฏิบัติงานด้วย ซึ่งงาน National HIVQUAL Forum ครั้งที่
3 มีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่โดยความร่วมมือกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล
และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีทั้งเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ การปฏิบัติการ
ความสำเร็จของทีมปฏิบัติงาน และความภาคภูมิใจของบุคลากรด้านเอชไอวี
เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินงานคุณภาพด้านเอชไอวีต่อไป





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น