หนึ่งคืนที่เชียงคาน

หนึ่งคืนที่เชียงคาน

tripรูปหายที่เหลือไว้เพียงความทรงจำ

              เวลาว่างที่มีเพียงน้อยนิด เสาร์อาทิตย์ ก็อยากไปเที่ยวบ้าง ถ้าอยู่ major ward ก็คงอดไปแหะๆ เพราะเสาร์อาทิตย์ก็ต้องไปราวน์wardที่โรงพยาบาล ชีวิตนักศึกษาแพทย์หนออออออ
              เย้ๆๆๆๆ minor ward แล้วเว้ยยยแก ถึงแม้จะเป็นแค่เสาร์อาทิตย์ ก็ไม่เป็นไร :) และก็นั่งแพลนช่วงกลางวันของวันศุกร์เลยยยย จองรถทัวร์ กับ ที่พัก สะพายเป้ ขึ้นรถวันศุกร์ หลังเลิกเรียนเลยล่ะ
            เลือกไปรถทัวร์เพราะดูจาก flight บินแล้ว กว่าจะถึง จ.เลยก็แปดโมงนู้นนน และกว่าจะเข้ามาถึงเชียงคาน ไม่นะไม่ มีเวลาน้อยขนาดเน้ๆๆๆ อยากจะไปเห็นภาพตักบาตรข้าวเหนียว ชมสายหมอกกับน้ำโขงยามเช้า อีกวันอยากไปทะเลหมอกภูทอก ไปคืนวันศุกร์เลยดีฟ่าาาา กรุงเทพ-เชียงคานรอบ 20:00 จองออนไลน์ไว้เรียบร้อย รับตั๋วอย่างเดียว ก็ขึ้นรถเลย หมอชิตคนเยอะมากๆ อากาศเย็นๆในช่วงสิ้นปี
             รถทัวร์เต็มทุกที่นั่งเลย มีทั้งมาเป็นกลุ่ม มาเป็นคู่ หรือbackpack เดี่ยวๆอย่างเรา รถทัวร์ก็แล่นไปเรื่อยๆ ผ่านหลายๆจังหวัดเข้าสู่ภาคอีสาน อากาศภายนอกรถเย็นมากกกกกก หลับบ้างตื่นบ้าง(ไม่ได้เอาหมอนรองคอมาอีกเฮอๆ) นั่งชั้นสองหน้าสุดเลย ก็มองถนนด้านหน้าไปเรื่อย นึกๆทบทวนกับเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาในชีวิต ;)  มีแวะพักหนึ่งที่จำไม่ได้แล้วว่าจังหวัดอะไร ลงไปกินข้าวต้ม อากาศหนาวๆ  รถก็แล่นไปจนถึงจุดลงรถที่ขึ้นภูกระดึง คนลงเยอะเหมือนกันนะ เราแอบมองมีคู่นึงที่ลงไป  มาแบบหญิงๆ ดูน่ารักดีจัง อีกไม่กี่กิโลก็ใกล้ถึงเชียงคานล่ะ แสงอาทิตย์เริ่มขึ้นแล้ว หมอกลงหนามากเลยเอามือไปสัมผัสกระจก เย็นเจี๊ยบบบบบบบบบบ
            6:00 ถึงเชียงคานแล้ว
            ได้ยินเสียงพนักงานรถตะโกนบอกว่าข้างนอกหนาวนะคร้าาาา ก้าวขาลงรถเท่านั้นแหละ บรึ๊ยยย เย็นจุง อากาศช่วงเดือนธันวาคมนี่ช่างดีจริงๆ หมองจางๆปกคลุมไปทั่ว สูดอากาศให้เต็มปอด แค่ลงรถก็รู้สึกอิจฉาคนที่เชียงคานล่ะ
เดินลงรถมา ก็จะเจอตลาดสดเล็กๆ เข้าไปกินปลาท่องโก๋ กับ โอวันติน และก็กินข้าวจี่(ขนมอะไรไม่รุ รู้แต่อร่อยยยยยย)
จากนั้นก็เดินไปที่พัก ที่บ้านไทยกันเอง ของป้าเป๊ะ หาเจอในpantip  ระหว่างทางที่เดินผ่านสายหมอกหนาวๆ ก็เห็นภาพชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว ใส่บาตรข้าวเหนียว บางส่วนก็ปั่นจักรยานเล่น บ้านไม้สไตล์เดิมๆของชาวบ้าน มากเลย ทำไมคนที่นี่ใช้ชีวิตช้าๆ ตอนเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบ เห็นแล้วอิจฉาเป็นรอบที่สอง




              ด้วยความที่ในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นแม่น้ำโขงเลย ก็เดินต๊อกแต๊ก กึ่งรีบด้วยหัวใจพองโต เย้ๆ จะได้เห็นแม่น้ำโขงแล้ววววววว
ถึงที่พัก เดินไประเบียงด้านหลังที่ติดแม่น้ำ แต่แป่ววววววววววววว หมอกลงจร้าาาา มองไม่เห็นอะไรเลย 5555 แต่ก็นั่งคอยๆๆ จน 9:00 หมอกค่อยๆจางลง ค่อยๆจางลง หมอกลอยเหนือแม่น้ำโขงจางๆ มองเห็นเรือหาปลา ของชาวบ้านลำเล็กๆในแม่น้ำโขง เฮ้ยแก มันฟินมากอ่ะ ชอบบรรยากาศและความรู้สึกแบบนี้จริงๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เข้าใจความรู้สึก ออกไปเดินชมริวแม่น้ำโขงเดินไปเดินมาไม่เมื่อยเลย เอาจักรยานไปปั่นเล่น (ที่บ้านพักมีบริการ) ก็ชิ้วชิว พอตอนเที่ยงๆ เจอป้าเป๊ะเจ้าของที่พัก เค้าก็ทักชื่อ... มาคนเดียวใช่ไหม๊ ป้าลดราคาให้นะ ไปๆ ป้าพาไปกินข้าวกลางวัน และป้าก็พาลูกค้าที่เพิ่งมาจากชลบุรี กลุ่มใหญ่ไปเลี้ยงด้วย กลุ่มนั้นเค้ามากันเยอะ มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย มีโอกาสได้พูดคุยกับกลุ่มพี่เค้านิดหน่อย พี่เค้าก็ชวนว่าไปเที่ยวด้วยกันไหม๊ (แต่ไปไม่ได้ วันหยุดแค่เสาร์อาทิตย์นี้นิ) ดีจัง มาพักก็ได้ลด แถมเจ้าของยังเลี้ยงข้าว (นึกถึงตอนไปเที่ยวเกาะสีชังกับคำว่าน้ำใจสีชังจากชาวบ้านที่นั่นเลย) ตอนบ่ายๆ สลบคาห้องพักไปแล้ววววว ก็เหนื่อยจากเดินทางเมื่อคืน
         

           15:00ตื่นๆ ไปปั่นจักรยานลั้ลล้าต่อ ออกมาแต่เนิ่นๆ กลัวคนเยอะ ปั่นๆไปอ้าวเจอกลุ่มพี่ ที่เจอกันเมื่อกลางวัน นั่งดื่มเหล้าอยู่ เค้าก็ชวน เราก็ได้แต่ยิ้มแหะๆ ไม่เป็นไรค่ะ ซื้อของไปกินริมเขื่อนมองแม่น้ำโขงสบายใจ เย็นๆหน่อยก็ไปดูพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำโขง :) โอ้ยยยยยย มันช่างสวยอะไรเยี่ยงนี้ ต้องมาดูด้วยตาตัวเอง ดึกๆหน่อยก็ไปเดินถนนคนเดิน คนเยอะจัง เลือกซื้อของไปฝากเพื่อนๆ เพลินเลย
          ต้องรีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไป ภูทอก
         
          5:00 มีรถมารับ(ซื้อทัวร์จากป้าเป๊ะนี่แหละ) อากาศเย็นๆที่นี่มันช่างหนาวไปถึงหัวใจจริงๆ ระหว่างทาง พี่คนขับเค้าถามว่า เป็นผู้หญิงแต่มาเที่ยวตนเดียวนี่ อกหัก สอบไม่ติด สอบไม่ผ่านมาหรือเปล่า 55555555 ไม่มีเลยค่ะ แค่อยากมาเที่ยวเฉยๆ

         ทะเลหมอกภูทอก สวยดีนะ พระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบภูเขา สะท้อนกับสายหมอก ทำให้ท้องฟ้า และทะเลหมอกไกลๆ กลายเป็นสีทองสวยจริงๆ ปล่อยใจไปเพลินเลย กับทะเลหมอก จน 7:30 เพิ่งจะรู้ตัวได้เวลาเดินทางต่อไปยังวัดพระพุทธบาทภูควายเงินแล้วล่ะ ลงจากภูทอกมา ก็ซื้อข้าวจี่มากินต่อ อร่อยจริงๆ



         วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน อยู่บนเขา หมอกกระจายตัวรอบๆ :)ที่นี่มีกระต่ายเยอะเลยนะ น่ารักด้วย
         เห็นกระต่ายมันนอนอยู่ อยากจะเข้าไปเล่น "กระต่ายน้อย น่ารักจังเลย" มันตื่นมาแหละ แต่มันมัวเงียมากเลย มันเพียงหันหน้ามามอง ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประมาณว่า คุณเมิงจะปลุกกูทำไม กูจะนอนและมันก็นอนต่อไป เสียใจกระต่ายไม่สนใจเราเลย
        จากนั้นก็ไปเที่ยวแก่งคุดคู้ต่อ ที่นี่มีมะพร้าวแก้วขาย อร่อยดีนะ ชิมฟรีทุกร้านเลยยยยย อิ่ม
        เที่ยงๆเราก็กลับมาเก็บข้าวของ เพราะกลางวันนี้ต้องกลับแล้ว เสียดายจังยังอยากจะอยู่ต่อ ไปเที่ยวที่อื่นๆต่อ แต่ไม่เป็นไร โอกาสหน้ามาใหม่ก็ได้ เรียนจบแล้วค่อยมาเที่ยวยาวๆอยู่นานๆก็ได้
        ไปกินข้าวกลางวันที่ร้านชื่อไรจำไม่ได้ล่ะ บรรยากาศริมแม่น้ำโขง ร้านกาแฟชิคๆ ที่ไปกินก็จำชื่ออีกไม่ได้เหมือนเดิม555 รู้แต่ว่าบรรยากาศดี ปล่อยความคิดไหลไปเรื่อยตามสายน้ำโขง สบายใจ
        ตอนจะกลับ ป้าเป๊ะแกอาสาจะขับรถไปส่งที่หน้าตลาดด้วยนะ พักที่นี่ เหมือนอยู่บ้านเลย ป้าเป๊ะแกใจดี
       ไม่อยากกลับกรุงเทพเลยจริงๆ อิจฉาคนที่นี่ที่ได้มีโอกาส เห็นภาพสวยๆของสายน้ำโขง สายหมอก และอากาศที่ดี ชีวิตที่ไม่ต้องรีบเร่ง ดูแล้วไม่ขึ้นกับเวลา.........................

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กลอนแด่อาจารย์ใหญ่

Review Elective Med รพ.มหาราชนครราชสีมา

เมื่อฉันได้เรียนรู้งานคุณภาพ ตอนที่ 9.1 20 ปี การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีของประเทศไทย