เมืองอ่าวฟินแลนด์ ดินแดนยุโรปเหนือ
รัสเซีย หมีขาวหลังม่านเหล็ก
ช่วงเวลาสองอาทิตย์สุดท้ายของภาคเรียน ก็ได้รับโทรศัพท์กริ๊งกร๊างงงส์จากหัวหน้าทัวร์ รัสเซีย พี่นัท นัดหมายการเดินทางที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 เมษายน นี้ คงต้องขอบคุณอาจารย์พี่แนน รุ่นพี่BM คุณครูคนสุดท้ายจากวชิระ ที่ส่งเราข้ามฝั่งอันแสนนาน ของคณะแพทย์หกปีทำไมถึงเลือกไปรัสเซีย
ไปดูคนหล่อๆสวยๆ สูงๆ ดั้งโด่งๆ ตาสีฟ้าน้ำทะเล ไปดูสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของรัสเซีย เขาว่ากันว่าอะไรใหญ่ๆต้องมาไว้รัสเซีย ไม่งั้นรัสเซียจะครองยุโรปได้ยาวนานหรอ ที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่า ราชินีแห่งยุโรปเหนือ เลยทีเดียว ไม่กลัวระเบิดครั้งนี้คงเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ที่ใช้บริการทัวร์ สถานีรถไฟใต้ดินของรัสเซียบอกได้คำเดียวว่า 250+ สถานี ลึกที่2ของโลก สวยที่สุดในโลก และไม่มีภาษาอังกฤษ คนที่นี่ไม่พูดภาษาอังกฤษ งั้นครั้งนี้ไปกับทัวร์ลองเชิงก่อนนะ ครั้งหน้าไม่พลาดแน่นอน หมุดอันนึงเลยล่ะ ที่ต้องbackpack มาซึมซับบรรยากาศให้ได้
ไปกับใครล่ะครั้งนี้
ทัวร์ครั้งนี้เรามีกรุ๊ป สุดคิ้ว ชวนกันเที่ยวไม่ว่าจะครู อาจารย์ อาจารย์แพทย์ นักการทูต เจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการทัวร์ เรียกได้ว่าสนุกสนานมาก ที่ขาดไม่ได้เลยคือหัวหน้าทัวร์พี่นัท ที่ดูแลพวกเราอย่างดี แถมพาพวกเราไปเดินเล่นยามค่ำคืน นอกทริปอีกด้วยเรามาเริ่มเดินทางกันเลย
รัสเซียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทวีปยุโรปและเอเชีย ดินแดนหลากเรื่องราว ประวัติศาสตร์อันยาวนานและการเปลี่ยนผ่านของแผ่นดิน ก่อนการเดินทางเรามาทบทวนความรู้สังคมศึกษากันสักนิด ถึงกษัตริย์ผู้ปกครองรัสเซียตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดราชวงศ์เพื่อให้การเดินทางของเราสนุกและเข้าใจสถานที่ต่างๆเพิ่มขึ้น ตามผังที่ได้เขียนไว้เลยค่ะเราไปถึงสุวรรณภูมิแต่เช้าตรู่ เพื่อเดินทางไปยังประเทศรัสเซีย สนามบินในกรุงมอสโคว์เมืองหลวงนั้นมีหลายแห่งหลักๆคือโดโมเดโดโว อีกแห่งคือ เชเรเมเตียโว ซึ่งเป็นฐานการบินของแอร์โรฟอร์ต สายการบินแห่งชาติรัสเซีย
ระหว่างที่ฉันเดินทางอยู่บนเครื่องรวม 10 กว่าชั่วโมง เราแวะพักเปลี่ยนเครื่องที่กรุงอัลมาตี ฉันกินๆนอนๆ ไม่ก็ดูหนัง หรือไม่ก็คุยกับคนข้างๆชาวอเมริกา เค้ามาเที่ยวภูเก็ต เค้าชอบทะเลเมืองไทยมากๆ เลย
อาหารบนเครื่องก็มีให้เลือกหลากหลายนะ อร่อยดี แต่ที่ฉันไม่ชอบเลย ควินัว หากใครไปยุโรปบ่อยๆต้องได้กินไอนี่ฉันเกลียดมันมากกกกกกกกกกก มันแหยะๆลื่นๆ ยังไงก็ไม่รุ
ในระหว่างที่ฉันหลับไป ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงอื้ออึง เลยมองลอดหน้าต่างออกไป เห็นเทือกเขาหิมาลัย อื้อหือ บินสูงขนาดนี้ หิมาลัยอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ
มองออกไปมันช่างขาวโพนสุดลูกหูลูกตา คิดแล้วก็อยากกระโดดลงไปเล่นในหิมะ
เมื่อใกล้จะถึงกรุงมอสโคว์ หากเราๆได้มองลงไปก็จะเห็นรถไฟสายยาวที่สุดในโลก นั่นก็คือทรานส์ไซบีเรีย เป้าหมายของนักเดินทางหลายๆคน
เวลาเราเห็นฟ้าสวยๆก็ถ่ายเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกเสมอ และก็นั่งมองจนกว่าฟ้าจะเปลี่ยนสีไป
การเดินทาง 13 ชั่วโมง ก็มาถึงแล้ววววววว
ระหว่างการเดินทางที่ยาวนาน 13 ชั่วโมงก็สิ้นสุดลง มองออกไปนอกหน้าต่าง ในขณะที่เครื่องกำลังลง ใจเต้นตึกๆฮู้หู ดินแดนของรัสเซียร์ที่มันยิ่งใหญ่จริงๆ แสงไฟระยิบระยับ กว้างไกล ในขณะที่เครื่องแตะพื้น เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอันเป็นธรรมเนียมที่รู้กัน และหาที่ไหนไม่ได้นอกจาก สหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศที่แตกย่อยออกมากเดินทางมาถึงฉันก็คงไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เพราะเหนื่อย เพียงแต่หยิบกล้องของพี่ชายราคาแพง แต่ด้วยฝีมือการถ่ายรูปของฉันล่ะก็ เขาว่ากันว่าเสียดายกล้อง เดินทางมาถึงรัสเซียก็สามทุ่มแล้ว ตามเวลาเมืองไทยคงเป็นเวลาตีสองตีสาม ฉันเปิดโรมมิ่งมา จึงรีบไลน์ไปบอกม๊าว่าถึงแล้วววว กำลังไปโรงแรมและเข้านอน
เจอ ตม รัสเซีย หนุ่มหล่อม ขาวสูง ดั้งโด่งมาก ตาสองชั้นน้ำทะเล เหมือนจะดุ แต่แอบใจดี
อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่สดใส
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นนนน sleep in the bed จริงๆ และที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะหนาวแค่ไหนคืออาบน้ำๆๆๆๆ ก็ไม่เห็นต้องกลัวหนาว เพราะในห้องมี heater ข้างนอกอากาศประมาณ -5 ถึง 1 องศา หิมะกำลังตกปรอยๆนอกหน้าต่างอาหารที่โรงแรมก็มีให้กินเยอะแยะนะ แต่ถ้าใครอยากทานคาเวียร์ก็ออกไปซื้อได้ที่ซุปเปอร์มาเก็ต มันก็จะมีคาเวียร์ทอง ดำ แดง แต่ที่ขายๆก็ดำ กับ แดง นั่นแหละ
นี่แหละคร้าหัวหน้าทัวร์ของเรา พี่นัทนั่นเอง เอาไปเลยล้านไลค์ค่ะ
วิหารเซนต์ซาเวียร์
เป็นวิหารที่สำคัญของนิกายรัสเซียนออโดอกซ์ สร้างเป็นที่ระลึกถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ที่สามารถขับไล่กองทัพนโปเลียนได้ (ถ้าดูตามแผนผังพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 เป็นโอรสของ ซาร์พอลที่1 หลานของจักรพรรดิแคเทอรีนที่ 2) ด้านในสวยงามมาก และมีความขลังมากๆด้วยในขณะที่เขากำลังสวดมนต์กัน แต่ไม่สามารถถ่ายรูปด้านในได้ฉากด้านหลังเป็นพระราชวังเครมลิน และแม่น้ำมอสควา
หลังจากเราซึมซับบรรยากาศกันได้สักชั่วโมงเต็มเราก็เดินทางกันไปต่อที่ พระราชวังเครมลิน
ซึ่งในพระราชวังนี้มีบางจุดที่ถ่ายรูปได้และห้ามถ่าย ส่วนพิพิธภัณฑ์อาร์มเมอรี่ แชมเบอร์นั้น ห้ามถ่ายเด็ดขาด คงต้องบอกว่ามาดูด้วยตาตัวเองคงจะดีกว่า มันยิ่งใหญ่มาก รองเท้า เสื้อผ้า ทองคำ รถลาก
โบสถ์อัสสัมชัญสร้างโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นสถาปัตยกรรมแบบ 9 ยอดและโบสถ์อาร์คแอนเจล ไมเคิลเป็นที่เก็บพระศพของพระเจ้าซาร์ก่อนยุคพระเจ้าปีเตอร์มหาราช
ปืนใหญพระเจ้าซาร์ ใหญ่ที่สุดในโลก
ระฆังพระเจ้าซาร์ ใหญ่ที่สุดในโลก
หลังจากที่เราเดินชมความงดงามกันจนเมื่อยแล้ว เหงื่อไม่มีซักหยดค่ะ จะมีได้อย่างไร อากาศตอนเที่ยงนี้ก็แค่ 2 องศาเอง
เราไปต่อกันที่สแปร์โร่ฮิลล์ เนินเขาด้านหน้าของ Moscow U
จำได้ว่าเคยไปนั่งเม้ากับแม่ค้าขายอาหารตามสั่งที่ริมเจ้าพระยา ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ แกส่งลูกสาวมาเรียนหมอที่รัสเซีย เดินทางมารัสเซียประจำแถมพูดภาษารัสเซียได้ด้วย
หนุ่มสาววัยเรียน ชอบมาจัดกิจกรรมการแสดงที่บริเวณถนนแห่งนี้ค่ะ
โรงละครบัลเลต์และโอเปร่าบอลชอย ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เดี๋ยววันนึงดิฉันก็คงต้องมาดูโอเปร่าที่นี่ 555
คนไทยเยอะมากเหมือนกันนะ
ห้างสรรพสินค้ากุม ตอนกลางคืนจะเปิดไฟสวยๆ
เช้าแล้วจร้าาาาา
ก็ได้เวลาSay Hi กับเพื่อนๆทุกมุมโลกเราเช้าตรู่ แกเที่ยง อีกคนบ่าย ส่วนแม่จะคำนวณเวลาให้ตรงกับเวลาหกโมงเช้าท้องถิ่นเพื่อส่งไลน์มาให้ลูกๆ แม้เวลานั้นเมืองไทยจะบ่ายสอง บ่ายสามก็ตามรถไฟฟ้าใต้ดินรัสเซีย 250+สถานีแต่ล่ะสถานีตกแต่งไม่เหมือนกัน บางสถานีลึกที่ 2 ของโลก และ สวยที่สุดในโลกคงต้องที่นี่
ขบวนรถจะมีแบบเก่ามาก โอ้โห ขุดมาใช้จากสหภาพโซเวีต ถ้ามากันเองก็นั่งได้นะ เพราะเราก็นั่งกันตอนออกมาเที่ยวเองกลางคืน เสียงดังน่ากลัวกระชากใจมาก แต่ถ้ามากับไกด์ท้องถิ่นเค้าจะเลือกขบวนใหม่ๆ ให้เรานั่งบางสถานีลึกจริงๆ คือมองไม่เห็นปลายทางเลยทีเดียว
ขนาดเสาบริเวณที่ขายบัตรยังสวยขนาดนี้ อ้ออีกอย่าง ที่สถานีเค้าเปิดโอกาสให้เด็กๆมาแสดงความสามารถด้วย เดินๆไปเราจะได้ยินเพลงบรรเลงเพราะๆ เหมือนเราเดินในทุ่งลาเวนเดอร์จริงๆ แต่พอชาวรัสเซียออกจากขบวนรถมาทุ่งก็หายไป เพราะเค้าตัวใหญ่เมื่อเทียบกับคนเอเชียอย่างเรา และเค้าก็รีบมากๆค่ะ
ไก่ที่อาจารย์หมอจับอยู่นี่ ถ้าใครจับจะได้ลูกชายค่ะ จับจนทองติดมือมาเลยค่ะ
เอามาให้ชมเป็นบางส่วนเท่านั้นคร้าาาา อยากเห็นอยากซึมซับบรรยากาศไปด้วยแนะนำจองตั๋วบินไปเลยคร้าาาาสวยมากจริงๆ บอกเลยครั้งนึงในชีวิตถ้ามีโอกาสต้องมา
Red Square ห้าง Gum
วิหารเซนต์บาซิล
กษัตริย์อีวานที่ 4 จอมโหดร้าย เมื่อสถาปนิกยาคอฟเลฟสร้างวิหารนี้เสร็จ ได้ถูกควักลูกตาออก เพราะกษัตริย์อีวานไม่ต้องการให้มีโบสถ์สวยๆแบบนี้ที่ไหนอีก
อย่าลืมมาทานไอติมที่ห้างกุม
และเราก็เดินทางสู่ St.Peterburg
ด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง เหมือนจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ระยะทาง 600 กิโลกว่า ด้วยเวลาเพียงชั่วโมงนิดๆ
Sapsan train
ระหว่างที่นั่งรถไฟความเร็วสูงม๊าcall line มาถามว่าปลอดภัยนะ มีระเบิดที่เซนต์นะระวังด้วย
สำหรับเราแล้วก็รู้สึกใจหายนะ สู้ๆชาวเซนต์
ระหว่างทางหิมะตกตลอดเพราะเซนต์เป็นเมืองที่อยู่เหนือมอสโควไปอีก ติดกับประเทศฟินแลนด์
เดินข้ามถนนนี้ชิวๆ เราชอบมากเลยเวลาเราเดินข้ามถนนแล้วรถทุกคันต้องหยุดให้เราเหมือนเราเป็นเจ้าของถนน 555 สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้ในประเทศไทยเลย เราอยากให้รถเมืองไทยหยุดแบบนี้บ้างจัง
เรานั่งได้ 20 นาทีก็เดินมาที่โบกี้อาหาร ฉันสั่งแพนเค้กกับคาเวียร์นั่งทาน มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเพียงทะเลสาบน้ำแข็งขาวโพน ฉันยกกล้องขึ้น มองผ่านเลนส์และกดซัตเตอร์รัวๆ
เราทานอาหารรัสเซีย อันนี้ถ่ายกับคุณตุ๊กและอาจารย์หมอ
สถานที่พักของท่านปูตินเวลามาปฏิบัติงานที่เซนต์
พระราชวังฤดูร้อน Peterhof ข้างในสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ข้างในห้ามถ่ายภาพเด็ดขาด เหมือนเดินต้องมนต์ไปเรื่อยๆ
ด้านหน้าคือทะเลบอลติกอ่าวฟินแลนด์ ตรงข้ามคือกรุงเฮลซิงกิ ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ก็เข้าสู่สแกนดิเนเวีย
สถานที่ประทับเมื่อครั้ง รัชกาลที่5 เสด็จเยือนรัสเซีย
มหาวิหารไอแซค
พระราชวังฤดูหนาว Hermitage ภายในประกอบด้วย ห้องต่างๆมากกว่า 1050 ห้อง เอาเป็นว่าเดินไม่ทั่วเลย และที่สำคัญมันสวยจนไม่รู้จะลงรูปครบได้อย่างไร
จักรพรรดินีอลิซาเบธ (ธิดาของกษัตริย์ปีเตอร์มหาราชและจักรพรรดินีแคทเทอรีน)
รูปนี้มีความพิเศษคือไม่ว่าคุณจะมองมุมไหนสายตาเด็กจะมองคุณเสมอ
ที่เห็นคือถ้าหากใครอยากมีคู่ให้มาแตะที่นิ้วโป้งเท้าของยักษ์ตนนี้
ภาพนี้ถือว่าอื้อฉาวที่สุดในยุคนั้น
โบสถ์หยดเลือด
วิหาร Peter-and-Paul
วิหารนี้เป็นสถานที่มีเรื่องเล่า ปีเตอร์มหาราช ทรงมีโอรสกับพระนางยูโดเซีย โลฟูคี นามว่า ซาร์เรวิชอะเลคซีเปรโตวิช เป็นโอรสที่ถูกขังในคุก ตายที่เซนต์ปีเตอร์แอนพอล
ปิดท้ายทริปนี้ด้วยภาพบรรยากาศของเมืองเซนต์สปีเตอร์เบิร์ก ทั้งตอนกลางวันและยามเย็นที่ริมน้ำเนว่าริเวอร์
พี่นัทพาพวกเราไปเดินเล่นตอนกลางคืนที่ถนน Nevsky Prospekt
ฉันชอบเกล็ดหิมะ ที่มันตกกระทบที่หน้าต่าง ฉันชอบเอาไปอวดให้เพื่อนๆดู
ไม่เคยเบื่อเลยเวลาที่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้าที่หน้าต่างนี้ :)
สหพันธรัฐรัสเซีย ประเทศยูเรเชียเหนือ ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประวัติศาสตร์ที่เริ่มต้นด้วยชาวสลาฟตะวันออก ดำเนินเรื่องมาจนสิ้นสุดราชวงศ์ตบท้ายด้วย การปกครองระบอบสหพันธ์สาธารณรัฐ ความยิ่งใหญ่ทั้งในเรื่องราวและสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้าง รอให้คนรักการเดินทาง มาเรียนรู้และสัมผัสเสมอ แล้วพบกันอีก รัสเซีย :)
สุพรรษา ศักดิ์ระพี





















































































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น