เมื่อฉันได้เรียนรู้งานคุณภาพ ตอนที่ 9.2 20 ปี การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีของประเทศไทย
สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงนี้ประเทศไทยมีหลากหลายเหตุการณ์บ้านเมือง ทั้งเรื่องการสู้รบชายแดน ปราสาทตาเมือนธม ปัญหาพื้นที่พิพาทกับกัมพูชา คลิปเสียงนายกรัฐมนตรีที่โดนฮุนเซ็นออกมาแฉ จนตอนนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ไม่มีใครทำร้ายไทยได้นอกจากคนไทยด้วยกันเอง และความเอื่อยเฉื่อยของระบบราชการ ระบบบริหาร กัมพูชานำวรรณกรรมไทย ไปสอดไส้ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก้ พูดไปก็กังวลใจกันเปล่า ๆ นะคะ ขอนำคำพูดของ นพ. คุณากร วรวรรณธนะชัย คุณหมอที่มีผลงานการเขียนหลากหลายเรื่องราว เราได้รู้จักผ่านหนังสือของท่าน (ดีใจนะ ที่มีหมอไทยหลายท่าน เป็นทั้งหมอ และนักเล่าเรื่อง)
"ชีวิตจะอิสระแค่ไหนถ้าคุณรู้ว่าความสุขในชีวิตไม่ได้ขึ้นกับใครหรือสิ่งใด"
ความสวยงามของชีวิต คือการได้ทำสิ่งที่ชอบ รู้จักตนเอง รู้คุณค่าตนเอง โดยที่สายตาของสังคม เป็นเพียงฉากหนึ่งของชีวิตแค่นั้นเอง หากเราใช้ชีวิตตามแบบที่สังคมคนอื่นว่าดี เฮโลไปกับสื่อออนไลน์ จะมีประโยชน์อะไร คนที่น่าอิจฉาที่สุดคือคนที่สุขภาพแข็งแรง ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ
วันนี้เราจะมาต่อกันถึงการพัฒนางานคุณภาพเอชไอวี 20 ปีในประเทศไทย ช่วงต่อไป ท่าน อ.เอกจิตรา จะเล่าถึงการเปลี่ยนผ่านจาก HIV Qual T สู่ DSC HIV ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น การแก้ปัญหา การจับมือกับหลายภาคส่วนให้งานประสบความสำเร็จ
ประเด็นปัญหาที่พบจากการใช้เครื่องมือคุณภาพ HIVQUAL-T เครื่องมือ HIVQUAL-T จัดว่ามีประโยชน์มากในการวัดคุณภาพการดูแลรักษาเอชไอวี เป็นเครื่องมือที่มี Quality Management ที่ดี แต่ในขณะเดียวกันยังขาด Quality Improvement เพราะมีแต่การวัดคุณภาพ แต่ไม่มีการต่อยอดหรือนำไปปรับปรุง ในปี 2553-2555 มีการจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ (HIV QI Training) ขึ้น เพื่อให้บุคลากรด้านเอชไอวีสามารถนำความรู้กลับไปขยายผลในเขตพื้นที่ของตนเองได้ ต่อมาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจตัวชี้วัดมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาปิดช่องว่างการดำเนินงานได้ แต่มีอีกหนึ่งคำถามที่ตามมา คือ จะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน เนื่องจากอุปสรรคที่มาจากการจัดการงบประมาณและบุคลากรที่ไม่เพียงพอ (Resource Allocation) เพราะความต้องการใช้ทรัพยากรในด้านอื่น ๆ ที่เริ่มได้รับความสนใจมากกว่าในช่วงเวลานั้น เช่นการดำเนินด้านการยุติวัณโรค และอุปสรรคในด้านการบูรณาการนโยบาย (Policy Integration) ที่พยายามจัดให้เอชไอวีมีความครอบคลุมและอยู่ในกระบวนการเดียวกับการดูแลรักษาในด้านอื่น ๆ เช่นกัน บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านเอชไอวีจึงต้องแก้ปัญหานี้และเลิกใช้เครื่องมือ HIVQUAL-T โดยหันมาบันทึกข้อมูลและใช้ข้อมูลจาก NAP (National AIDS Program) ของทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องด้วยเห็นช่องทางการใช้ข้อมูลจากโปรแกรม NAP ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการรับรองหรือกระบวนการคุณภาพตามปกติของโรงพยาบาลได้ จะทำให้การทำงานง่ายมากขึ้น นำไปสู่การเชื่อมโยงกับ Hospital Accreditation Program ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
โดยในช่วงการเปลี่ยนผ่านจาก HIVQUAL-T สู่ DSC มีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้ 1. เชื่อมโยงเครื่องมือ HIVQUAL-T ให้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของ สรพ. 2. สนับสนุนแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม การให้อำนาจผู้ป่วยเพื่อเป็นพันธมิตรในการให้บริการ 3. การจัดหาเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาคุณภาพ เช่น เครื่องมือติดตามทางคลินิก ตัวบ่งชี้องค์ประกอบการดูแลรักษาเอชไอวี 4. จัดทำโปรแกรมการพัฒนาคุณภาพ (QI) อื่นๆ เช่น STI-QUAL, VCT-QUAL หรือ HEALTH-QUAL แต่ไม่ได้นำมาขยายผลต่อในการผลักดันงานคุณภาพ จึงเป็นที่มาในปี 2555 ที่ร่วมงานกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ในงาน HA Forum โดยขอจัดการประชุม ที่เกี่ยวกับ HIV มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เกิดเป็นการเรียนรู้ที่จะบูรณาการงานเอชไอวีในระดับที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งต่อมาในปี 2556 ได้ทำบันทึกข้อตกลง MOU ในการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพเอชไอวี (HIV QI) ระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กองบริหารการสาธารณสุข สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ต่อมา สรพ. ได้ออกโปรแกรม Disease Specific certification- DSC (การรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ) โดยนายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักในขณะนั้น ได้เห็นความสำคัญ ของความร่วมมือดังกล่าวและมองเห็นช่องทางในการนำการดูแลรักษาเอชไอวีเข้าสู่ DSC ได้ จะทำให้สามารถสร้างทีมเอชไอวีที่ครอบคลุมอยู่ในทุกโรงพยาบาล ที่มีโครงสร้างการขับเคลื่อนที่สำคัญ คือ มีทีมนำที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ ทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่ร่วมกันรับผิดชอบส่วนงานต่าง ๆ มีทีมประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกำหนดแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกับทิศทางขององค์กร ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น การทำ DSC นั้น ดำเนินตามแนวทางของ สรพ. ซึ่งเน้นเรื่อง 3C (Concept, Context, Core Value) การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (CQI) ของงานเอชไอวีให้สอดคล้องกับเครื่องมือ 3C จึงเป็นสิ่งจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น เดิม HIVQUAL จะถูกใช้เฉพาะในคลินิก ARV ซึ่งในความเป็นจริง คนไข้เอชไอวีจำนวนมากถูกพบข้างนอกคลินิก ARV ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเบาหวาน คนไข้เตรียมผ่าตัด เป็นต้น แต่การทำ DSC ได้ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งองค์กร มี Integration และ Alignment มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์หลังการรับรอง DSC-HIV&STIs 1. ระบบการดูแลผู้ป่วยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เข้มแข็งขึ้น มีเครื่องมือ แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน มีการเชื่อมโยงและประสานงานที่มีรอยต่อน้อยที่สุด โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง 2. มีระบบติดตามความก้าวหน้าและตั้งเป้าหมายสู่ 95-95-95 มีการพัฒนาที่ท้าทายมากขึ้น เช่น การจ่ายยาในต้านไวรัสใน 7 วัน (Same Day and Rapid ART), การคงสถานะผลเลือดลบ (Stay Negative) ในกลุ่มเสี่ยงและคู่ของผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี และส่งเสริมการป้องกันให้ยา PrEP เป็นต้น 3. คนทำงานมีกำลังใจ เห็นคุณค่าของตนเองและงานที่ทำ มีความประณีตและมีความสุขในการทำงานมากขึ้น 4. เกิดเป็นต้นแบบการดำเนินงานให้ DSC ในกลุ่มโรคอื่น ๆ เช่น DSC-DM, DSC-Stroke โรงพยาบาลที่สามารถทำ DSC ได้สำเร็จ เริ่มสร้างเครือข่ายสุขภาพในระดับจังหวัด (Healthcare Network) ซึ่งถือว่าเป็นความยั่งยืนและทำให้การทำงานสอดประสานกันมากขึ้น จึงเกิดการขยายผลจาก DSC สู่ Healthcare Network Accreditation – HNA ในยุคต่อมา รวมถึงเกิดเครือข่ายการดำเนินงานยุติเอดส์ในกรุงเทพมหานคร Network Ending Aids Bangkok (NEAB)

พัฒนางานคุณภาพให้คนไข้ได้ประโยชน์มากที่สุด HA ไม่เพียงงานที่ดีมีคุณภาพเท่านั้น แต่ทำให้เราได้แนวคิดที่นำมาปรับใช้ในชีวิตอย่างมีคุณภาพอีกด้วย
งานเสวนา “2 ทศวรรษ แห่งการพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีในประเทศไทย”
วันที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมโอ๊ควูด ศรีราชา
วิทยากร
แพทย์หญิงเอกจิตรา สุขกุล (รองผู้อำนวยการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล)
นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผ.อ. สำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก)
อาจารย์วนิดา ว่องทรง (พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร)
อาจารย์ชลลดา นันทวิสัย (นักวิชาการ ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข)
ผู้ดำเนินรายการ แพทย์หญิงสุพรรษา ศักดิ์ระพี กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น