เมื่อฉันได้เรียนรู้งานคุณภาพ ตอนที่ 9.3 20 ปี การพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีของประเทศไทย
คุณหมอสุเมธ องค์วรรณดี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรคท่านได้เล่าถึงการทำงานระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่ง เป็นผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้เขียนทราบข่าวมาว่า ท่านเป็น ผอ. ในดวงใจ ของชาวกองเอดส์ ยุคสมัยของท่านมีการร่วมมือกับหลายภาคส่วนและ ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานอย่างยิ่ง
นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี วิทยากรในการบรรยายช่วงถัดไป โดยกล่าวทบทวนลำดับเหตุการณ์การพัฒนางานคุณภาพเอชไอวีและบทเรียนที่ได้รับจาก HIVQUAL-T
ลำดับเวลาการพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีในประเทศไทย
เฟสที่ 1 ปี 2545-2546: 12 โรงพยาบาลนำร่อง โดยใช้เครื่องมือ HIVQUAL-T
เฟสที่ 2 ปี 2547-2554: มีการพัฒนาเครือข่ายระดับประเทศในการใช้เครื่องมือ HIVQUAL-T
เฟสที่ 3 ปี 2554-2557: โดยในช่วงที่เป็นผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ ได้มีโอกาสเดินทางไปที่แอฟริกา ร่วมงาน ACLN (AIDS - Care Learning Network) ซึ่งได้รับเชิญให้บรรยายในหัวข้อ Humanized Health Care การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ดูแลเป็นองค์รวม (Holistic Care) รวมศูนย์กลางที่คนไข้ (Patient-centered care) เข้าใจและเห็นใจ (Empathy) ทุ่มเทให้จิตอาสา (Voluntary Spirit) และพาสุขได้ทั้งสองฝ่าย (Mutuality) ประเทศไทยตระหนักถึงวิธีการพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืน เริ่มมีการใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาคุณภาพการรักษามากขึ้น (Data Utilization for Quality Improvement)
เฟสที่ 4 ปี 2556-2558: ผลักดันนโยบายการพัฒนาคุณภาพงานเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยใช้ข้อมูลจาก NAP และเป็นต้นแบบ DSC แก่ระบบงานอื่น ๆ
ความร่วมมือระหว่างองค์กรในเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพเอชไอวี
แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ เครือข่ายระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ประกอบด้วยความช่วยเหลือกันได้ทั้งในด้านเทคนิค เช่นการโค้ชในโรงพยาบาล ความช่วยเหลือในด้านการติดตามผลการดำเนินงาน และการช่วยเหลือในด้านงบประมาณ ซึ่งในช่วงแรกสำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ทุนสนับสนุนการดำเนินงานคุณภาพเอชไอวี แต่ต่อมาทุนสนับสนุนจัดสรรให้หน่วยบริการ กองโรคเอดส์จึงได้ดำเนินงานคุณภาพเอชไอวีจากการทำ HIVQUAL-T สู่ DSC HIV/STIs เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และการหมุนวงล้อแห่งการพัฒนางาน
แนวคิด HIVQUAL-T สู่ DSC-HIV/STIs
- สร้างความยั่งยืนของงานเอชไอวีในโรงพยาบาล
- การพัฒนาคุณภาพให้คนไข้ทุกรายได้รับการรักษาเมื่อตรวจพบเชื้อ
- การพัฒนาการดูแลกลุ่มเสี่ยงได้รับการคัดกรองหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ รับรู้สถานะติดเชื้อของตน ได้รับการรักษาทันท่วงที และได้รับยาต้าน (PrEP) เพื่อป้องกันการติดเชื้อและคงสถานะลบ Stay Negative
- มีมาตรการป้องกันที่มีคุณภาพ และเกิดวงล้อการพัฒนาคุณภาพที่เป็นระบบ (แม้คนจากไป แต่ระบบยังคงอยู่)
ผลสำเร็จประการสำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเครือข่ายงานคุณภาพการดูแลรักษาเอชไอวีคือการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกเป็นประเทศแรกของเอเชีย และประเทศที่สองของโลก
งานเสวนา “2 ทศวรรษ แห่งการพัฒนาคุณภาพการรักษาเอชไอวีในประเทศไทย”
วันที่ 12 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรมโอ๊ควูด ศรีราชา
วิทยากร
แพทย์หญิงเอกจิตรา สุขกุล (รองผู้อำนวยการ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล)
นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผ.อ. สำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก)
อาจารย์วนิดา ว่องทรง (พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร)
อาจารย์ชลลดา นันทวิสัย (นักวิชาการ ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข)
ผู้ดำเนินรายการ แพทย์หญิงสุพรรษา ศักดิ์ระพี กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น